หวยคือการเสี่ยงโชคที่ดีที่สุด

เราเช่อว่าการซื้อหวยเป็นการลุ้นที่ทำให้บุคคลต่างๆมีความหวังมากกว่าการพนันอย่างอื่น เพราะการซื้อหวยเหล่านี้มาพร้อมกับการเสี่ยงโชคของตัวเราเอง 

เราจะเห็นได้ว่ามีบุคคลไม่น้อยเลยที่พวกเขามีการถูกรางวัลที่หนึ่ง ซึ่งเป็นการถูกจริงเพราะมีการออกข่าวและมีแทบทุกช่องทางในการสื่อสาร บุคคลที่ถูกหวยนั้นพวกเขามักจะมีการบนบานศาลกล่าวเกี่ยวกับการให้ตนถูกหวย ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่ามันได้ผลตามนั้นจริงๆ เพราะเราก็เห็นเรื่องราวของบุคคลเหล่านั้นที่ออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการบนตามสถานที่ต่างๆ และหลังจากนั้นเราก็จะเห็นบุคคลทั่วไปแห่ไปกราบไหว้และบนกันบ้าง 

ไม่ผิดหากการทำตามแบบอย่างบุคคลอื่นแล้วมันจะดีขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่าสำหรับบางคนก็ต้องมองดูตนเองด้วยเหมือนกันว่าตัวเรานั้นซื้อหวยมากน้อยเพียงใด หรือกำลังในการเดินทางนั้นมีงบที่เยอะหรือไม่ เพราะในบางคนก็สามารถเดินทางไปไหนต่อไหนได้โดยไม่ลำบากและไม่กระทบกับการใช้ชีวิต

แต่สำหรับบางท่านเราต้องบอกเกี่ยยวกับการเดินทางหากมีเหตุที่ก่อให้เกิดเรื่องเดือดร้อนตามมา เท่ากับว่าเจอผลกระทบกับการในเดินทางหรือเป็นอยู่ ดังนั้นหากเป็นบุคคลที่กล่าวมาข้างต้นก็ไม่ควรเดินทาง ไม่ใช่ไม่อยากให้ถูกหวย แต่การเดินทางตามหาเลขเด็ดนั้นทำให้ท่านและคนในครอบครัวเดือดร้อนก็ควรเลื่อนไปก่อน หากพอมีพอใช้ไม่เดือดร้อนแล้วค่อยไปก็ย่อมได้

หรืออาจจะหาตามเว็บไซต์ต่างๆที่มีการแจกเลขเด็ดในการแทงหวยแทน เพื่อจะไม่พลาดเลขเด็ดต่างๆเหล่านั้น เพราะในด้านความคิดที่เป็นส่วนตัวของเรานั้นคิดว่า ไม่ว่าเลขเด็ดจะมาจากไหนก็ตาม หากบุคคลเหล่านั้นมีดวงที่ดีก็ย่อมถูกหวยได้โดยไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อไปหาเลขเด็ดเหล่านั้น

แต่หากบุคคลเหล่านั้นไม่มีดวงในด้านของหวยต่อให้เดินทางไปไกลหาเลขเด็ดถึงต่างประเทศก็ไม่อาจถูกหวยได้เช่นกัน เพราะนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับพื้นดวงของแต่ละบุคคลอีกด้วย

เราจะเห็นได้ว่าในบางครั้งที่เราไปซื้อล็อตเตอรี่นั้นพอรางวัลออกในบางคนจะมีการพูดขึ้นว่าเห็นเลขดังกล่าวที่ออกแล้วแต่เราไม่หยิบมา นั้นก็เพราะว่าดวงในการถูกรางวัลเหล่านั้นของเรามันไม่มีนั่นเอง 

และเหตุนี้จึงเป็นเรื่องที่พบกันมากในกลุ่มคนที่ชอบในการทำบุญ ส่วนใหญ่มองว่าได้เลขจากที่วัดดังๆเหล่านั้น แต่ความจริงแล้ว มันขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคนด้วย หากมีการทำบุญด้วยจิตที่บริสุทธิ์ด้วยแล้วดวงของตนก็อาจจะนำพาให้เจอสิ่งดีๆอย่างเช่นการถูกหวยรางวัลใหญ่ๆหรืออาจถูกเล็กน้อยตามดวงของแตละคนก็ได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

ในปี พ.ศ. 2563 นี้ถือว่าการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสอู่ฮั่นหรือเชื้อไวรัสโควิช19 ได้มีการแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยเชื้อไวรัสนี้เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่นของประเทศจีน และมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในเมืองอู่ฮั่นด้วย เมื่อมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส

ที่รวดเร็วทำให้เชื้อไวรัสนั้นไม่ได้แพร่กระจายที่เมืองอู่ฮั่นเพียงที่เดียวเท่านั้น การแพร่ระบาดของเชื้อมีการกระจายไปยังประเทศอื่นๆด้วย เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้นสามารถติดได้จากคนสู่คน หากไม่ได้มีการป้องกันตนเองหรือเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ต่ำแล้วนั้นก็จะสามารถทำให้ติดเชื้อไวรัสได้ 

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้นเป็นอย่างรวดเร็วมาก ทั้งในชุมชนอู่ฮั่นและบริเวณใกล้เคียง แต่ทางการจีนนั้นมีการสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อออกไปมากกว่านี้ แต่ทั้งนี้นั้นได้พบผู้ติดเชื้อในประเทศอื่นด้วย

เนื่องจากมีการเดินทางมายังเมืองอู่ฮั่นหรือพื้นที่ใกล้เคียงในประเทศจีน ทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสกระจายเป็นวงกว้างขึ้นไปยังอีกหลายประเทศ และประเทศไทยก็มีการตรวจพบผู้ที่ติดเชื้อไวรัสนี้ด้วย และประเทศไทยถือเป็นอันดับต้นๆที่พบผู้ติดเชื้อ เพราะมีการเดินทางมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมาก ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ถือว่าสุ่มเสี่ยงของเชื้อไวรัสนี้ด้วย

แต่เดิมนั้นชื่อไวรัสคือไวรัสอู่ฮั่น สันนิษฐานว่ามีการแพร่เชื้อมาจากสัตว์ป่า โดยคนจีนนั้นรับประทานอาหารป่าโดยไม่ได้ผ่านการปรุงให้สุกก่อน โดยไวรัสชนิดนี้นั้นมีลักษณะคล้ายกับไวรัสอีโบลา ที่เกิดขึ้นทางแถบแอฟริกาด้วย และเมื่อมีการวิจัยและศึกษาในเรื่องลักษณะอาการของไวรัสชนิดนี้แล้วนั้นทางการแพทย์จึงได้ตั้งชื่อไวรัสชนิดนี้ว่า ไวรัสโคโรน่า2019

หรือ โควิช19 นั้นเอง โดยลักษณะอาการของผู้ป่วยด้วยไวรัสชนิดนี้นั้น จะมีอาการเหมือนอาการป่วยทั่วไป เช่น ปวดหัว ตัวร้อน มีไข้ ไอ จาม และหากมีอาการขั้นรุนแรงแล้วนั้น อาจจะอาเจียนร่วมด้วย โดยบางคนที่ป่วยนั้นอาจจะคิดว่าตัวเองป่วยเป็นปกติ

จึงไม่ได้มีการเข้าพบแพทย์หรือไปโรงพยายาม บางคนหายาทานเองก็มี แต่เมื่อร่างกายได้รับไวรัสแล้วและไวรัสถึงเวลาฝักตัวแล้ว จะทำให้อาการรุนแรงมากนั่นคืออาการปอดอักเสบ และหากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่แรกแล้วนั้น ก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรง

และถึงขึ้นเสียชีวิตได้ โดยอัตราการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 3% ปละส่วนมากผู้ป่วยที่เสียชีวิตนั้นจะเป็นผู้ป่วยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยที่เป็นเด็กและภูมิคุ้มกันต่ำ ส่วนผู้ป่วยในวัยกลางคนนั้น เสียชีวิตจากการไม่ได้เข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครสมาชิกหวยออนไลน์ ไม่มีขั้นต่ำ

ดีใจเหมือนถูกหวย

คำว่าดีใจเหมือนถูกหวยเป็นคำพูดที่ได้ติดปากกันมาเนินนานมากแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าถูกหวยนะ แต่เป็นพฤติกรรมที่ดีใจมากจนเกินไป ที่มาของคำนี้ก็คือการถูกหวยนั้นมันยากแล้วเวลาที่ถูกหวยขึ้นมากมันเลขทำให้คนที่ถูกหวยเนี่ยดูดีใจมากๆจนบางที่ก็ดูเวอร์ไป

เขาจึงใช้เรียกคนที่ดูดีใจเวอร์ๆว่า ทำไมดูดีใจเหมือนถูกหวยเลย ซึ่งในความเห็นจริงแล้วนั้นการถูกหวยนั้นก็ทำให้เราดีใจได้จริงๆและทำให้เราดีใจมากๆด้วย เพราะโอกาสการถูกหวยนั้นมันยากมากๆ หนึ่งในร้อยเลยก็ว่าได้

ซึ่งเวลาคนเราถูกหวยนั้น มันก็จะดีใจเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนก็ไม่เสมอไปนะ  เพราะบางคนแค่ได้ซื้อหวยก็มีความสุขมากแล้วไม่จำเป็นต้องถูกก็ได้ของแค่ได้ซื้อก็พอใจและดีใจมากแล้ว ซึ่งคนเหล่านี้มักจะไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนจากสิ่งที่เขาซื้อหรอก เพียงแค่สนองความต้องการที่จะซื้อหวยของตนเองเท่านั้น

ซึ่งมันก็ดีนะเพราะมันทำให้เราไม่เครียดกับผลที่จะตามว่า เพราะยังไงซะ ถึงจะถูกหวยหรือไม่ถูกหวยก็ไม่ได้มีผลต่อความรู้สึกหรือมีผลต่อชีวิตอยู่แล้ว ซึ่งคนแบบนี้จะหายากมากสำหรับคนที่เล่นหวย ซึ่งยากจนถึงขนาดที่ว่าเรียกว่าหนึ่งในร้อยเลยก็ว่าได้

เพราะคนที่เล่นหวยส่วยใหญ่แล้วนั้นก็หวังผลตอบแทนกันทั้งนั้นไม่มีใครที่จะซื้อหวยแล้วไม่อยากถูกหรอก ซึ่งมันก็ไม่ผิดนะที่จะคิดแบบนี้เพราะหวยมันก็เหมือนกับการลงทุน ซึ่งถ้าเราลงทุนไปแล้ว เราก็ล้วนแล้วแต่อยากได้กำไรจากสิ่งที่เราลงทุนไปทั้งนั้น หวยก็เช่นกันนักเล่นหวยเลยคิดว่าการถูกหวยนั้นก็เปรียบเสมือนกับกำไรในการลงทุนนั้นเลย

เลยทำให้นักเล่นหวยส่วนใหญ่เวลาซื้อหวยเลยอยากจะถูกหวยกันซะส่วนมาก ซึ่งเวลาที่เราถูกหวยนั้นมันก็เป็นอารมณ์ที่ดีใจ ตื่นเต้น และมีความสุขมากๆ ซึ่งมันไม่เกี่ยวเลยว่าเราจะถูกกี่บาทหรือเราจะถูกมากถูกน้อย ขอแค่ให้เราถูกหวยบ้างก็พอ

เพราะว่ามันคือความฝันของหลายคน ซึ่งเวลาความฝันของเราเป็นมันเป็นจริงและยิ่งไปกว่านั้นมันคือฝันของหลายๆคนแล้วมันดันมาเกิดขึ้นกับเรา เรายิ่งจะมีความสุขมากขึ้นไปอีกเพราะเราจะรู้สึกว่ามันเป็นวันที่ดีและมันเป็นช่วงเวลาที่ดีเป็นโชคลาภของเรา และนั้นแหละที่เป็นที่มาของคำว่าดีใจเหมือนถูกหวย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

หวยใต้ดิน 

หวยใต้ดินที่รัฐบาลไม่อนุญาติให้มีการซื้อ หรือว่าขายหวยใต้ดิน วันนี้มีประเด็นเรื่องคดีหวยใต้ดิน ซึ่งเป็นคดีตัวอย่างเนื่องจากมีนักธุรกิจท่านหนึ่งได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับเจ้ามือหวยใต้ดิน ซึ่งนักธุรกิจท่านนี้ได้ถูกหวยถึง 1 ล้านบาท

จนนำไปสู่ถึงเรื่องการจับกุมเจ้ามือหวยใต้ดินพร้อมด้วยโพยหวยของกลาง แล้วมีการส่งฟ้องดำเดินคดีในศาลแขวงจังหวัดอุดรธานี ซึ่งถือว่าคดีนี้เป็นคดีแรกที่มีการดำเนินคดีกันอย่างเปิดเผย ถึงแม้ว่านักธุรกิจท่านนี้จะไปแจ้งความ

ท่านก็มีความผิดเช่นกัน ตัวผู้แจ้งความเองก็ถูกดำเนินคดีโดยเสียค่าปรับไป 1,000 บาท ในส่วนของศาลแขวงจังหวัดอุดรธานีก็ได้มีคำพิพากษาจำเลยมีความผิด จำเลยคือผู้ที่เป็นเจ้ามือหวยใต้ดิน ก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พุทธศักราช 2478 ในมาตรา 4 และมาตรา 12 (1) ซึ่งศาลสั่งให้จำคุกจำเลย 1 ปี ส่วนจำเลยให้การรับสารภาพที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี เพราะฉะนั้นก็มีเหตุให้บรรเทาโทษและศาลก็ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงเหลือโทษจำคุก 6 เดือน 

หวยใต้ดินเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งตอนนี้ได้มีแอพพลิเคชั่นออกมาอำนวยความสะดวกให้คนเล่นหวยใต้ดินอีกต่างหาก เป็นแอพพลิเคชั่นช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับท่านที่จะเล่น หวยออนไลน์ ให้สะดวกยิ่งขึ้น 

เมื่อดาวน์โหลดมาแล้วก็เข้าสู่ระบบ พอเข้าสู่ระบบก็สามารถพิมพ์ตัวเลข 2 ตัว 3 ตัว บน ล่าง โต๊ด สามารถกรอกข้อมูลได้เหมือนบนกระดาษเลย ลักษณะแบบนี้ไปตรวจสอบผ่านทางท่านผู้อำนวยการส่วนกลางรักษาความสงบเรียบร้อย กรมการปกครอง ซึ่งท่านได้บอกว่าแอพพลิเคชั่นนี้ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน พุทธศักราช 2478

 เหมือนหวยใต้ดินจนโพยทั่วไปเพราะปัจจุบันไม่มีการอนุญาติให้มีการขายหวยใต้ดินประเภทนี้ หากผู้ซื้อดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นมาลงทะเบียนไว้ยังไม่ผิด แต่ทันทีที่มีการส่งคำสั่งซื้อจะมามีความผิดทันที และโทษของผู้ที่ซื้อหวยใต้ดินทุกรูปแบบไม่ว่าจะผ่านกระดาษหรือผ่านแอพพลิเคชั่น โทษจะปรับไม่เกิน 5,000 บาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนผู้ขายคือเจ้ามือจะมีโทษปรับ 500 – 5,000 บาท จำคุก 3 เดือนถึง 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ 

 

สมุนไพรไทย

สมุนไพรไทยคนส่วนใหญ่รู้จักกันที่เรียกว่าภูมิปัญญาไทย ซึ่งมีการนำมาใช้ประโยชน์มากมาย สมุนไพรแต่ล่ะอย่างสามารถนำมารักษาโรคต่างๆให้หายขาดได้ สมัยนี้มีแพทย์แผนปัจจุบันเข้ามาทำให้สมุนไพรไทยไม่ค่อยมีบทบาทเท่าไร

สมุนไพรแต่ล่ะชนิดนั้นสามารถปลูกเองได้ สรรพคุณแต่ล่ะชนิดก็แต่กต่างกันไป ปัจจุบันคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนิยมนำสมุนไพรมาใช้กันเท่าไร

เพราะเชื่อว่าการรักษาแผนปัจจุบันนั้นช่วยได้เร็วกว่าสมุนไพร แต่อย่าลืมกันว่าสมุนไพรบางชนิดนั้นก็สามารถช่วยรักษาการบางอย่างได้เร็วเหมือนกัน เรามารู้จักสมุนไพรที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี

บัวบก  ถ้าพูดถึงบัวบกหลายคนนึกถึงสรรพคุณแก้ช้ำในกัน ซึ่งบัวบกนั้นมีประโยชน์มากมายสามารถใช้เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคผิว ช่วยแก้ร้อนใน เจ็บคอ ช่วยให้ระบบการไหลเวียนของเลือดทำงานดีขึ้น และในใบบัวบกนั้นก็มีสารอาหารอีกมากมาย ซึ่งสามารถนำมารับประทานเป็นอาหารก็ได้เช่นกัน

ว่านหางจระเข้  เป็นสมุนไพรที่นำมารักษาเวลาถูกน้ำร้อนลวก ไฟไหม้ ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนนั้นลงได้ เพราะว่านหางจระเข้เป็นสมุนไพรที่มีความเย็นในตัว นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดอาการปวดหัว โดยการนำใบสดเอาแค่เนื้อวุ้นมาประคบที่ขมับหรือตามจุดที่มีอาการปวดก็สามารถช่วยลดอาการปวดนั้นลงได้

ขมิ้นชั้น  เป็นสมุนไพรที่มีลักษณะกลิ่นหอม คนนิยมนำมาตกแต่งบนจานอาหารให้มีกลิ่นหอม แต่ประโยชน์นั้นมีมากมายช่วยบรระเทาอาการปวดท้อง จุกเสียดแน่น รักษาแผลในกระเพาะโดยการนำขมิ้นมารับประทานสดๆ หรือบางคนนำขมิ้นมาบดให้ละเอียดแล้วทาผิวลำตัว ซึ่งช่วยให้ผิวพรรณดูผ่องใสนุ่มนวล

กระชายดำ  เป็นสมุนไพรช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงธาตุ ทำให้เจริญอาหาร เป็นยาบำรุงกำลัง ช่วยขับปัสสาวะ บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส เป็นต้น ซึ่งกระชายดำนั้นเป็นสมุนไพรที่มีปลูกกันมานานมากจนกลายเป็นสมุนไพรเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้เลยทีเดียว 

ฟ้าทะลายโจร  เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นมีรสขม จัดเป็นยาที่สามารถช่วยลดอาการไข้ช่วยทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง บรรเทาอาหารหวัดเจ็บคอ แก้ท้องเสีย ขับเสมหะ ฟ้าทะลายโจรไม่ควรรับประทานต่อกันหลายวัน เพราะจะทำให้มีอาการแขนขาชา อ่อนแรงได้ 

บอระเพ็ด  เป็นสมุนไพรที่มีรสขม คนสมัยก่อนนิยมนำไปเป็นยาลอกให้เด็กหยุดกินนมแม่ ซึ่งบอระเพ็ดมีสรรพคุณเป็นยามากมาย เช่น ยาบำรุงธาตุ แก้ร้อนใน ขับพยาธิ รักษาโรคผิวหนัง แก้ปวดฝี เป็นต้น แต่บอระเพ็ดก็มีผลเสียเหมือนกัน ถ้ากินเป็นเวลานาหายวันมีผลต่อคนที่เป็นโรคตับไตได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

มารู้จักวิธีการสังเกตโรคมะเร็งด้วยตัวเองกันเถอะ 

เชื่อว่าใครหลายหลายคนพอได้ยินคำว่าโรคมะเร็งก็มีอาการกลัวไม่มีใครอยากที่จะเป็นโรคนี้กันทั้งนั้นเพราะต่างก็รู้กันดีว่าโรคมะเร็งนั้นหากเป็นแล้วถ้าไม่รักษาตั้งแต่เนิ่นเนินก็มีแต่ตายกับตายสถานเดียวแต่พวกเราต่างก็รู้กันดีว่าหากใครที่เป็นโรคมะเร็งแล้วนั้น

มักจะไม่ค่อยทราบในช่วงที่มีการเป็นโรคมะเร็งในช่วงแรกๆแต่จะมารู้ตัวอีกทีก็เป็นโรคมะเร็งกันในระยะสุดท้ายแล้วทั้งนั้นซึ่งพอจะรักษาก็ไม่สามารถรักษาได้ทันท่วงทีเสียแล้วโดยมะเร็งจะ แบ่งระยะการฟักตัวของโรคอยู่ที่ประมาณสี่ช่วงด้วยกันคือระยะที่หนึ่งที่สองเรามักจะไม่ค่อยรู้เพราะไม่มีอาการอะไรบ่งชัดว่าเรากำลังเป็นโรคมะเร็ง

แต่เมื่อใดก็ตามที่โรคมะเร็งลามไปถึงระยะที่สามและสี่นั้นแสดงว่าการรักษาโรคมะเร็งให้หายขาดนั้นเป็นไปได้ยากมากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีที่จะสังเกตตัวเองว่าเรากำลังเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ได้เลยดังนั้นในวันนี้เราจะมาสอนวิธีสังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกายของตัวเราเองว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่กำลังจะเป็นโรคมะเร็งหรือไม่

1 ถ้าเราพบว่าผิวหนังบริเวณใดมีลักษณะเป็นก้อนหนาหนาหรือเป็นชั้นหนาหนาหรือหากพบก้อนที่บริเวณเต้านมหรือแม้แต่ทุกส่วนในร่างกายก็ถือว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะเป็นโรคมะเร็งได้

2 ให้เราคอยสังเกตไฝบนร่างกายของเราให้ดีว่ามีขนาดใหญ่ขึ้นหรือมีการทันการแตกหรือมีความผิดปกติอะไรหรือไม่หรือบางที่มีไฟเกิดขึ้นมาใหม่หรือไม่ซึ่งนี่ก็คือการเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งได้เช่นเดียวกัน

3 ให้ลองสังเกตตัวเองว่ามีอาการบาดเจ็บอะไรที่เราเจ็บนานนานโดยไม่หายสักทีหรือไม่ซึ่งนี่ก็อาจจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยงของการที่จะเป็นโรคมะเร็งได้เช่นเดียวกัน

4คอยสังเกตอาการของเสียงว่ามีเสียงแหบหรือมีการไอเรื้อรังหรือเปล่าหากว่ารักษายังไงก็ยังไม่หายสักทีก็อาจจะเป็นไปได้ว่าเรากำลังอยู่ในกลุ่มเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน

5 แล้วคุณสังเกตแม้แต่เรื่องการขับถ่ายอุจจาระของเราหรือปัสสาวะของเราเพราะสิ่งเหล่านี้ก็มีผลต่อการเป็นสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งเช่นเดียวกันซึ่งหากมีอุจจาระปนเลือดหรือปัสสาวะผลเลือดแสดงว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงแล้ว

6 คนบางคนอยู่ดีดีก็กินอาหารแล้วเจ็บคอกลืนอะไรก็ลำบากรู้สึกคลื่นไส้อาเจียนไม่ค่อยหิวหรือแม้แต่กินแล้วกินเดี๋ยวก็อิ่มหากมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องอาหารการกินแบบนี้ก็ยังถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงของโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน

ที่กล่าวมาทั้งหกข้อนี้ไม่ใช่ว่าเป็นแล้วจะถือว่าเราเป็นโรคมะเร็งนะคะเพียงแต่ว่าเป็นกลุ่มที่อยู่ในความเสี่ยงที่อาจจะเป็นมะเร็งได้ดังนั้นถ้ามีอาการดังต่อไปนี้ควรไปที่โรงพยาบาลให้แพทย์ทำการตรวจรักษาดีกว่าค่ะ

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

อาหารสามมื้อที่มีประโยชน์

ทุกคนคงจะมีปัญหาในเรื่องการกินอาหารไม่ว่าจะมื้อเช้า มื้อเที่ยงหรือมื้อเย็นว่าจะทานอะไรกันดีวันนี้เราจะมาแนะนำอาหารให้กับทุกคนกัน

มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญอย่างมากฉะนั้นเราควรจะทานอะไรที่มีประโยชน์ลงไปเช่น ขนมปังหรือแซนด์วิซ ไข่ต้ม ซีเรียล โยเกิร์ต ผลไม้หรือน้ำผลไม้ 

การทานอาหารเช้านั้นเราจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง?

-ช่วยให้ความจำดี การรับประทานอาหารเช้าทำให้เราเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการเรียน

-ช่วยในการคุมน้ำหนักได้เพราะตั้งแต่มื้อดึกจนถึงเช้าอีกวันเราอดอาหารเกือบ12ชั่วโมง

-ช่วยพัฒนาสมอง เพราประโยชน์ของอาหารที่เราทานจะเข้าไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย

เห็นไหมว่ามื้อเช้าสำคัญมากจริงๆและเราได้สารอาหารและประโยชน์จากมื้อเช้าได้มากที่สุดเพราะฉะนั้นอย่าอดมื้อเช้ากันนะต่อมาเรามาดูอาหารกลางมื้อเที่ยงสำหรับคนที่คิดเมนูไม่ออกว่าจะรับประทานอะไรดี งั้นเรามาดูอาหารที่เราแนะนำกันเลยดีกว่า

มื้อเที่ยงส่วนใหญ่จะมีปัญหาตรงที่คิดเมนูไม่ออกและเร่งรีบในการทานด้วยเพราะส่วนมากจะเป็นพนักงานตามบริษัทหรือโรงงานมารับประทานจึงต้องมีความรวดเร็วในการทานอาหารเราจึงขอแนะนำอาหารมื้อเที่ยงเป็นดังนี้

-ข้าวผัดทะเลยหรือหมู ไก่

-กระเพราหมูสับ,ไก่,หมูกรอบ,กุ้ง,หมึก

-ก๋วยเตี๋ยว,ต้มยำ,ไก่ตุ๋น,หมูตุ๋น,หรือก๋วยเตี๋ยวแห้ง

จากที่แนะนำไปเป็นเมนูง่ายๆและผู้คนก็รับประทานกันเยอะมากแต่สำหรับบางคนคิดเมนูยากกว่าจะคิดออกก็อาจจะเสียเวลาตรงนั้นเราเลยคิดเมนูง่ายๆและรับประทานกันเยอะมาให้คุณดู

มาที่มื้อสุดท้ายก็คือมื้อเย็นก็ถือว่ามีปัญหาอย่างมากสำหรับสาวๆเพราะมื้อนี้จะทำให้น้ำขึ้นได้ง่ายๆฉะนั้นเราควรเลือกอาหารที่ประโยชน์อร่อยและควบคุมน้ำหนักเราได้เช่น น้ำพริกกับผัก ยำ ต้มยำหรือส้มตำไก่ย่าง เพราะมีส่วนผสมของผักผลไม้อยู่แต่ที่จริงแล้วมื้อเย็นก็ไม่ได้ทานยากอย่างที่คิดเพียงแค่คุณทานผักใบเขียว

หรือสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่ในอาหารที่คุณทานแค่นั้นก็สามารถทำให้คุณทานได้อย่างตามใจปากแค่คุณทานอาหารให้ครบห้าหมู่ทานอาหารที่มีผักผลไม้เยอะๆก็สามารถควบคุมน้ำหนักของตัวเราได้แต่สาวๆหลายคนมีพฤติกรรมกินจุกจิกในมื้อดึกก็ควรทานให้น้อยลงหรือเปลี่ยนเป็นทานผลไม้หรือนมแทนหรือขนมอะไรก็ได้ที่ทำมาจากธัญพืชก็เปลี่ยนการกินให้เป็นแบบนี้แทนเพื่อสุขภาพร่างกายของเราด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ไม่เจอ

คุกกี้สำหรับให้แฟนและคนที่เรารักในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

วันวาเลนไทน์หรือวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้นคือวันที่เราจะสามารถแสดงความรักที่เรามีต่อคนที่รักได้ วันวาเลนไทน์นั้นคือวันที่เราจะบอกว่าเรารักเขาและชอบเขามากแค่ไหนบ้างและการทำขนมหรืออาหารนั้นคือการแสดงความรักอย่างหนึ่งเลยค่ะ และวันนี้เราจะมาสอนการทำคุกกี้ให้กับคนที่เรารักกันค่ะ เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าจะต้องมีอะไรบ้าง

เราจำเป็นที่จะต้องเตรียมเนยให้ได้ประมาณ 100 กรัมค่ะและหลังจากนั้นให้นำน้ำตาลมาตวงให้ได้ 90 กรัมค่ะและหลังจากนั้นนำของทั้งสองอย่างมาเทรวมกันในถ้วยเดียวค่ะและให้นำของทั้งสองอย่างมาคนให้ส่วนผสมเข้ากันจนมีฟองขึ้นมาค่ะ

ซึ้งฟองจะต้องมีสีขาวนะคะและหลังจากนั้นให้นำไข่มาเตรียมไว้ 2 ฟองค่ะและหลังจากนั้นให้นำกลิ่นวานิลลามาและไม่ต้องเยอะมากนะคะ และหลังจากนั้นให้เรานำของทั้งหมดใส่ในถ้วยเดียวกันและหลังจากนั้นให้คนส่วนผสมให้เข้ากันทั้งหมดค่ะ

หลังจากนั้นให้เรานำแป้งเค้กมาตวงไว้ให้ได้ 170 กรัมค่ะและหลังจากนั้นให้เรานำผงฟูมาตวงไว้ให้ได้ 1 ช้อนชาค่ะ ต้องห้ามเป็นช้อนโต๊ะนะคะจำเป็นที่จะต้องเป็นช้อนชานะคะ หลังจากที่เราทำการเตรียมส่วนผสมเรียบร้อยแล้วให้เรานำของทั้งหมดใส่ลงไปในถ้วย

แต่ต้องใส่ลงไปทีละนิดนะคะและหลังจากนั้นให้ค่อยค่อยคนส่วนผสมให้เข้ากันทีละนิดค่ะ หลังจากนั้นให้เรานำแป้งที่เอาไว้ทำคุกกี้แยกไว้เป็นสองถ้วยและจะต้องแบ่งให้เท่าเท่ากันนะคะห้ามขาดหรือเกินแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ได้นะคะ

ในถ้วยแรกคือให้เรานั้นนำของไปใสในสีผสมอาหารจะสีอะไรก็ได้แต่ถ้าเป็นสีที่เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์นั้นจะยิ่งดีเข้าไปใหญ่เลยค่ะ หลังจากที่เราผสมสีเสร็จแล้วให้นำตัวเนื้อออกมาคลี่เอาไว้แล้วนำแม่พิมพ์รูปสี่เหลี่ยมมาปั้มให้ได้เป็นรูปสี่เหลี่ยมค่ะ

และหลังจากนั้นให้นำแม่พิมพ์รูปหัวใจมาปั้มให้กลายเป็นรูปหัวใจตรงกลางคุกกี้รูปสี่เหลี่ยมและหลังจากนั้นให้นำคุกกี้ไปอบไว้สัก 20 นาทีค่ะและหลังจากนั้นก็เอาออกจาเตาได้เลยค่ะและก็นำคุกกี้ไปให้คนที่เรารักได้เลยค่ะ การที่เราทำคุกกี้ให้นอกจากที่เราจะภูมิใจแล้วคนที่ได้รับของก็จะดีใจอีกด้วยนะคะ ทุกคนลองเอาสูตรนี้ไปใช้กันนะคะ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยฮานอยออนไลน์

มาทำความรู้จักโรคไบโพลาร์กันเถอะ

           สมัยก่อนในยุคที่ข้อมูลข่าวสารยังไม่มากมายเท่านี้เคยเห็นบางคนมีอารมณ์ปรวนแปรผิดปกติโดยมีความรู้สึกว่าทำไมเขาถึงดูดีใจซะเว่อร์จนน่าหมั่นไส้ หรือบางเรื่องที่เป็นเรื่องปกติสำหรับเราทำไมเขาถึงต้องโศกเศร้ามากขนาดนั้น

จนมาถึงตอนนี้ได้มีการติดตามข่าวสารมากมาย ทั้งจากทางเฟสบุ๊ค  ทางไลน์ ทางอินสตาร์แกรม หรือแม้แต่ทางทวิตเตอร์ ทำให้ทราบว่าคนที่มีอารมณ์รุนแรงสลับกันไปมสาระหว่างดีใจกับเสียใจนั้น ที่จริงเข้าไม่ได้บ้า เพียงแต่เขาเป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีภาวะทางอารมณ์สองขั้ว นั้นคือ เป็นโรคไบโพลาร์ 

          สำหรับอาการของคนเป็นโรคนี้ก็อย่างที่เกรินไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่าจะมีอารมณ์สลับกันไปมาระหว่างดีใจกับเสียใจ โดยมีลักษณะที่ดีใจหรือเสียใจมากกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งถ้าหากคนที่เป็นโรคนี้อารมณ์ดี อาการของเขาก็จะร่าเริงมากเว่อร์ เขาจะรู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา มีอารมณ์ไม่ค่อยคงที่ หงุดหงิด โมโหง่ายคิดเร็วทำเร็ว ทำให้ประมาท เสี่ยงต่อการตัดสินใจผิดพลาดสูง  หรือถ้าคนเป็นโรคนี้อยู่ในภาวะอารมณ์ซึมเศร้า  ลักษณะของเขาจะดูเหมือนคนไม่มีแรง ไม่มีความกระตือรือร้น ดูเบื่อหน่าย ท้อแท้ ไม่มีความสุขในชีวิต

          คนที่เป็นโรคนี้มีสาเหตุมาจาก สารในระบบประสาทไม่มีความสมดุลกัน โดยจะมีอยู่ 3 สารคือ นอร์อะดรีนาลีน ตัวนี้จะกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท สารเซโรโทนิน ตัวนี้จะควบคุมเกี่ยวกับการสั่งการ และสุดท้าย สารโดปามีน ตัวนี้จะเป็นตัวควบคุมความรู้สึก เมื่อทั้ง 3 ตัวนี้เกิดความไม่สมดุลขึ้นจึงทำให้สมองสั่งงานผิดปกติ

          สำหรับโรคนี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการติดต่อทางกรรมพันธุ์หรือไม่ แต่สาเหตุหลักๆเลยคือผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ต้องมีญาติหรือคนใกล้ชิดที่ปัญหาทางด้านอารมณ์ หรืออาจเกิดจากเคยผิดหวังอย่างรุนแงมาก่อน

          สำหรับการรักษานั้น เป็นการรักษาด้วยการกินยา ซึ่งตัวยาจะเข้าไปช่วยปรับสารทั้ง 3 ตัวให้เกิดสมดุลกัน  แต่การรักษาโรคไบโพลาร์นี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป็นแค่การรักษาให้อาการดีขึ้นเท่านั้น ซึ่งถ้าผู้ป่วยหยุดกินยา อาการของโรคก็จะกลับมาเป็นได้อีก ดังนั้นจึงควรกินยาเป็นประจำสม่ำเสมอ การรักษานอกเหนือจากการกินยาแล้วทางแพทย์จะมีการให้ผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดจากจิตแพทย์ เพื่อปรับสภาพจิตใจ 

           หากไม่อยากเป็นโรคไบโพลาร์ ควรดูแลสภาพร่างกายและสภาพจิตใจของเราให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงปัญหาที่จะทำให้เราเครียดที่สำคัญระวังเรื่องการใช้ยาที่มีผลกระทบเกี่ยวกับสมอง

           การที่เราเป็นโรคไบโพลาร์มีความเสี่ยงที่จะทำให้เราเป็นโรคอื่นได้ด้วยเช่น โรคไมเกรน โรคทางจิต ดังนั้นอย่าลืมรักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจของเราให้แข็งแรง

 

ขอบคุณ  แทงหวยมาเลย์  ที่ให้การสนับสนุน

คุณรู้หรือไม่ อาการผีอำ คือโรคชนิดหนึ่ง

         เชื่อว่าหลายๆคน คงเคยมีประสบการณ์ที่เรียกว่าผีอำ กันมาบ้าง บางคนเป็นบ่อยแต่บางคนก็จะนานๆครั้ง อาการของผีอำจะมีลักษณะเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น เหมือนมีอะไรมากดทับทำให้ขยับตัวไม่ได้

  ส่วนใหญ่คนที่มีอาการผีอำนี้จะมีลักษณะท่านอนในการนอนหงาย ด้วยลักษณะอาการแบบนี้ทำให้หลายคนมีความเชื่อว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่ความเป็นจริงแล้วในทางวิทยาศาสตร์เชื่อกันว่าอาการผีอำนั้นคือSleep Paralysis คือการที่ร่างการรู้สึกตัว

แต่ไม่สามารถขยับตัวได้ ซึ่งอาการเหล่านี้จะเป็นสักพักก็จะหายไปเอง   ในทางวิทยาศาสตร์เชื่อว่าอาการผีอำ คือภาวะของคนที่มีอาการเครียดมากๆ หรือคนที่อดนอน หรือพวกที่ชอบใช้สารกระตุ้นเยอะ

           อาการผีอำนั้นส่วนใหญ่จะมีอาการอยู่ 2 ช่วงคือ ช่วงใกล้หลับและช่วงใกล้ตื่น โดยกรณีที่เกิดอาการผีอำช่วงใกล้หลับนั้นจะเกิดจากที่ร่างกายจะค่อยๆผ่อนคลายและกำลังหลับ แต่จะยังมีความรู้สึกอยู่ ทำให้รู้สึกเหมือนว่า ร่างกายขยับไม่ได้ อีกช่วงคือช่วงใกล้ตื่น สำหรับช่วงนี้เป็นช่วงที่กล้ามเนื้อในร่างกายกำลังหยุดทำงาน แต่การรับรู้เริ่มรับรู้ก่อน ทำให้รู้สึกเหมือนขยับตัวไม่ได้

          อย่างไรก็ดี อาการผีอำนอกจากจะทำให้รู้สึกว่าร่างกายขยับไม่ได้แล้ว ยังมีอาการอื่นเพิ่มด้วยเช่น บางครั้งหายใจลำบาก และบางคนเห็นภาพหลอน ทำให้ผู้ที่มีอาการผีอำรู้สึกหวาดกลัว สำหรับอาการผีอำนี้แต่ละคนจะใช้เวลาในการหายจากอาการผีอำแตกต่างกันไป

          สำหรับคนที่พบว่ามีอาการผีอำบ่อย จะพบว่าจะเป็นกลุ่มคนที่ พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนน้อย มีการเปลี่ยนแปลงเวลานอนบ่อย เช่น กลุ่มคนที่ทำงานเป็นกะ และนอนหลับในท่านอนหงาย หรือพวกที่ใช้ยาเสพติด

          สำหรับการรักษาอาการผีอำนั้น ไม่จำเป็นต้องไปรักษาที่ไหน เมื่อเรามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน คือนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ครบวันละ 6-8 ชั่วโมงมีการนอนเป็นเวลาคือนอนและตื่นเวลาเดิมเสมอๆ และควรมีการเปลี่ยนท่านอนจากเดิมที่เคยนอนหงายก็เปลี่ยนเป็นนอนตะแคง และที่สำคัญก่อนนอนควรหาอะไรทำให้ผ่อนคลาย

อย่าเครียดตอนก่อนนอนเพราะจะส่งผลกับการเกิดโรคผีอำได้ หากทำได้ตามที่แนะนำ อาการผีอำก็จะหายไปเอง  และสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอน หรือเป็นโรคนอนไม่หลับ ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาเฉพาะทางของโรคนั้นๆ ซึ่งถ้ารักษาโรคนอนไม่หลับหาย อาการของโรคผีอำก็จะหายไปเองเช่นกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  แทงหวยออนไลน์