การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

ในปี พ.ศ. 2563 นี้ถือว่าการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสอู่ฮั่นหรือเชื้อไวรัสโควิช19 ได้มีการแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว โดยเชื้อไวรัสนี้เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่นของประเทศจีน และมีการแพร่ระบาดอย่างหนักในเมืองอู่ฮั่นด้วย เมื่อมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส

ที่รวดเร็วทำให้เชื้อไวรัสนั้นไม่ได้แพร่กระจายที่เมืองอู่ฮั่นเพียงที่เดียวเท่านั้น การแพร่ระบาดของเชื้อมีการกระจายไปยังประเทศอื่นๆด้วย เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้นสามารถติดได้จากคนสู่คน หากไม่ได้มีการป้องกันตนเองหรือเป็นคนที่มีภูมิคุ้มกันร่างกายที่ต่ำแล้วนั้นก็จะสามารถทำให้ติดเชื้อไวรัสได้ 

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้นเป็นอย่างรวดเร็วมาก ทั้งในชุมชนอู่ฮั่นและบริเวณใกล้เคียง แต่ทางการจีนนั้นมีการสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อออกไปมากกว่านี้ แต่ทั้งนี้นั้นได้พบผู้ติดเชื้อในประเทศอื่นด้วย

เนื่องจากมีการเดินทางมายังเมืองอู่ฮั่นหรือพื้นที่ใกล้เคียงในประเทศจีน ทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสกระจายเป็นวงกว้างขึ้นไปยังอีกหลายประเทศ และประเทศไทยก็มีการตรวจพบผู้ที่ติดเชื้อไวรัสนี้ด้วย และประเทศไทยถือเป็นอันดับต้นๆที่พบผู้ติดเชื้อ เพราะมีการเดินทางมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมาก ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ถือว่าสุ่มเสี่ยงของเชื้อไวรัสนี้ด้วย

แต่เดิมนั้นชื่อไวรัสคือไวรัสอู่ฮั่น สันนิษฐานว่ามีการแพร่เชื้อมาจากสัตว์ป่า โดยคนจีนนั้นรับประทานอาหารป่าโดยไม่ได้ผ่านการปรุงให้สุกก่อน โดยไวรัสชนิดนี้นั้นมีลักษณะคล้ายกับไวรัสอีโบลา ที่เกิดขึ้นทางแถบแอฟริกาด้วย และเมื่อมีการวิจัยและศึกษาในเรื่องลักษณะอาการของไวรัสชนิดนี้แล้วนั้นทางการแพทย์จึงได้ตั้งชื่อไวรัสชนิดนี้ว่า ไวรัสโคโรน่า2019

หรือ โควิช19 นั้นเอง โดยลักษณะอาการของผู้ป่วยด้วยไวรัสชนิดนี้นั้น จะมีอาการเหมือนอาการป่วยทั่วไป เช่น ปวดหัว ตัวร้อน มีไข้ ไอ จาม และหากมีอาการขั้นรุนแรงแล้วนั้น อาจจะอาเจียนร่วมด้วย โดยบางคนที่ป่วยนั้นอาจจะคิดว่าตัวเองป่วยเป็นปกติ

จึงไม่ได้มีการเข้าพบแพทย์หรือไปโรงพยายาม บางคนหายาทานเองก็มี แต่เมื่อร่างกายได้รับไวรัสแล้วและไวรัสถึงเวลาฝักตัวแล้ว จะทำให้อาการรุนแรงมากนั่นคืออาการปอดอักเสบ และหากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่แรกแล้วนั้น ก็อาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรง

และถึงขึ้นเสียชีวิตได้ โดยอัตราการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 3% ปละส่วนมากผู้ป่วยที่เสียชีวิตนั้นจะเป็นผู้ป่วยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยที่เป็นเด็กและภูมิคุ้มกันต่ำ ส่วนผู้ป่วยในวัยกลางคนนั้น เสียชีวิตจากการไม่ได้เข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครสมาชิกหวยออนไลน์ ไม่มีขั้นต่ำ