มาทำความรู้จักโรคไบโพลาร์กันเถอะ

           สมัยก่อนในยุคที่ข้อมูลข่าวสารยังไม่มากมายเท่านี้เคยเห็นบางคนมีอารมณ์ปรวนแปรผิดปกติโดยมีความรู้สึกว่าทำไมเขาถึงดูดีใจซะเว่อร์จนน่าหมั่นไส้ หรือบางเรื่องที่เป็นเรื่องปกติสำหรับเราทำไมเขาถึงต้องโศกเศร้ามากขนาดนั้น

จนมาถึงตอนนี้ได้มีการติดตามข่าวสารมากมาย ทั้งจากทางเฟสบุ๊ค  ทางไลน์ ทางอินสตาร์แกรม หรือแม้แต่ทางทวิตเตอร์ ทำให้ทราบว่าคนที่มีอารมณ์รุนแรงสลับกันไปมสาระหว่างดีใจกับเสียใจนั้น ที่จริงเข้าไม่ได้บ้า เพียงแต่เขาเป็นโรคชนิดหนึ่งที่มีภาวะทางอารมณ์สองขั้ว นั้นคือ เป็นโรคไบโพลาร์ 

          สำหรับอาการของคนเป็นโรคนี้ก็อย่างที่เกรินไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่าจะมีอารมณ์สลับกันไปมาระหว่างดีใจกับเสียใจ โดยมีลักษณะที่ดีใจหรือเสียใจมากกว่าคนปกติทั่วไป ซึ่งถ้าหากคนที่เป็นโรคนี้อารมณ์ดี อาการของเขาก็จะร่าเริงมากเว่อร์ เขาจะรู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา มีอารมณ์ไม่ค่อยคงที่ หงุดหงิด โมโหง่ายคิดเร็วทำเร็ว ทำให้ประมาท เสี่ยงต่อการตัดสินใจผิดพลาดสูง  หรือถ้าคนเป็นโรคนี้อยู่ในภาวะอารมณ์ซึมเศร้า  ลักษณะของเขาจะดูเหมือนคนไม่มีแรง ไม่มีความกระตือรือร้น ดูเบื่อหน่าย ท้อแท้ ไม่มีความสุขในชีวิต

          คนที่เป็นโรคนี้มีสาเหตุมาจาก สารในระบบประสาทไม่มีความสมดุลกัน โดยจะมีอยู่ 3 สารคือ นอร์อะดรีนาลีน ตัวนี้จะกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท สารเซโรโทนิน ตัวนี้จะควบคุมเกี่ยวกับการสั่งการ และสุดท้าย สารโดปามีน ตัวนี้จะเป็นตัวควบคุมความรู้สึก เมื่อทั้ง 3 ตัวนี้เกิดความไม่สมดุลขึ้นจึงทำให้สมองสั่งงานผิดปกติ

          สำหรับโรคนี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการติดต่อทางกรรมพันธุ์หรือไม่ แต่สาเหตุหลักๆเลยคือผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ต้องมีญาติหรือคนใกล้ชิดที่ปัญหาทางด้านอารมณ์ หรืออาจเกิดจากเคยผิดหวังอย่างรุนแงมาก่อน

          สำหรับการรักษานั้น เป็นการรักษาด้วยการกินยา ซึ่งตัวยาจะเข้าไปช่วยปรับสารทั้ง 3 ตัวให้เกิดสมดุลกัน  แต่การรักษาโรคไบโพลาร์นี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป็นแค่การรักษาให้อาการดีขึ้นเท่านั้น ซึ่งถ้าผู้ป่วยหยุดกินยา อาการของโรคก็จะกลับมาเป็นได้อีก ดังนั้นจึงควรกินยาเป็นประจำสม่ำเสมอ การรักษานอกเหนือจากการกินยาแล้วทางแพทย์จะมีการให้ผู้ป่วยเข้ารับการบำบัดจากจิตแพทย์ เพื่อปรับสภาพจิตใจ 

           หากไม่อยากเป็นโรคไบโพลาร์ ควรดูแลสภาพร่างกายและสภาพจิตใจของเราให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงปัญหาที่จะทำให้เราเครียดที่สำคัญระวังเรื่องการใช้ยาที่มีผลกระทบเกี่ยวกับสมอง

           การที่เราเป็นโรคไบโพลาร์มีความเสี่ยงที่จะทำให้เราเป็นโรคอื่นได้ด้วยเช่น โรคไมเกรน โรคทางจิต ดังนั้นอย่าลืมรักษาสุขภาพกายและสุขภาพใจของเราให้แข็งแรง

 

ขอบคุณ  แทงหวยมาเลย์  ที่ให้การสนับสนุน